จิบเบียร์เพลินๆ เดินเล่นชิวๆ ที่ Munich

 
พูดถึง มิวนิค คุณนึกถึงอะไร…!?
 
เบียร์เยอรมัน, ไส้กรอกเยอรมัน, หรือ BMW
 
ไปครับ รีวิวนี้ผมจะพาคุณไปเดินเล่นชิวๆ ที่ มิวนิค กัน ตามมาเลย
 
สำหรับแพลน one-day trip ในการเที่ยวมิวนิคของผม จะเน้นที่การเก็บ Landmark สำคัญๆ ในเมือง และเนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่อยู่ในบริเวณ Old Town จึงทำให้เราสามารถเดินถึงกันได้หมด จะเว้นก็แต่สนาม Allianz Arena ที่อยู่ไกลออกไปทางสนามบิน Munich รวมถึง BMW Museum ที่อยู่ไกลจากย่าน Old Town เช่นกัน
 
One-day Trip ของผมจึงหน้าตาออกมาเป็นแบบนี้
 
  • Munich Residenz
  • BMW Museum
  • Neues Rathaus, Marienplatz, Frauenkirche
  • Peterskirche, Viktualianmarkt
  • Hofbrauhaus

 

Munich Residenz
 
เริ่มกันที่ Munich Residenz ก่อนเลยครับ ผมซื้อบัตร Mehrtagesticket 14 วัน สามารถใช้เข้าชมปราสาทได้หลายที่ในเยอรมัน แต่หลักๆ ผมใช้แค่ที่ Residenz และที่ Neuschwanstein เท่านั้น ข้อดีคือตอนที่ถึง Neuschwanstein เนี่ยไม่ต้องไปต่อแถวยาวๆ เพื่อซื้อบัตร มันจะมีแถวพิเศษสำหรับให้เราเอาบัตรนี้ไปออกตั๋ว แถวสั้นกว่าเยอะ ราคา 24 (ถ้าซื้อแบบ 2 คนราคาจะอยู่ที่ 44 ) รายละเอียดเพิ่มเติมอ่านที่ลิงค์นี้เลย รายละเอียดตั๋ว Mehrtagesticket
การเข้าชมพระราชวังก็เหมือนหลายๆ ประเทศในยุโรป คือไม่มีคนนำนะ แต่จะได้ Audio Guide ที่คอยอธิบายส่วนต่างๆ ไว้แทน  ซึ่งรวมอยู่ในค่าตั๋วเข้าชมแล้ว ส่วนคนที่นำกระเป๋ามาก็ต้องฝากกระเป๋าไว้กับเจ้าหน้าที่ตรงบริเวณทางเข้าก่อนครับ
จำนวนห้องต่างๆ มีมากมายถึง 130ห้อง แต่ไม่อลังการเท่าที่ chateau de versailles กรุงปารีสแน่นอน แต่ข้อดีคือคนไม่เยอะ ทัวร์จีนไม่ลง ผมจึงเลือกชมแต่เฉพาะห้องที่น่าสนใจเท่านั้น
ห้องแรกที่ถือว่าเป็นไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดชม เพราะพอเห็นห้องนี้แล้ว ผมก็อยากจะเข้าชมที่นี่เลย นั่นคือ Antiquarium Hall of Antiquities เป็นห้องโถงสไตล์เรอเนสซองซ์ ที่ว่ากันว่าเป็นห้องที่ทั้งสวยและเก่าแก่ที่สุดของพระราชวังนี้ ถูกสร้างขึ้นโดยดยุกอัลเบรชท์ที่ 5 (Albrecht 5) แห่งออสเตรีย ระหว่างปี คศ 1568 – 1571
 
ภายใน Antiquarium Hall ใช้เก็บสะสมรูปปั้นโบราณ โดยเฉพาะรูปปั้นครึ่งตัว มีทั้งชิ้นงานดั้งเดิมและชิ้นงานเลียนแบบของเก่ายุคคลาสสิกและยุคเรอเนสซองซ์ บางส่วนก็เพิ่มเข้ามาในศตวรรษที่ 17 และ 18
 
ส่วนหลังคาโค้งอันงดงามประดับด้วยภาพวาดจำนวน 102 ภาพ อันเกี่ยวกับเมืองต่างๆ ตลาด และพระราชวังในแคว้นบาวาเรีย ผมขอไม่ลงลึกถึงประวัติไปมากกว่านี้นะครับ ไม่งั้นยาวแน่
BMW Welt
 
ใกล้ๆ กับ Residenz จะมีสวน Hofgarten ด้วย ถ้าใครเคยดูละครช่อง 3 เรื่อง แอบรักออนไลน์พระเอก นางเอกก็มายืนถือดอกกุหลาบยืนรอกันที่สวนแห่งนี้แหละ ถ้ามีเวลาก็แวะเดินเล่นชิวๆ ได้ครับ แต่เนื่องจากเวลาค่อนข้างจำกัด ผมจึงรีบไปที่ BMW Welt ต่อเลย

การเดินทางก็ไม่ยาก แค่รถไฟใต้ดินสาย U3 ไปลงที่สถานี Olympiazentrum และเดินข้ามถนนไป ก็จะเห็นตึก BMW ตั้งอยู่ข้างหน้าเลย
ที่นี่จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือส่วนของ Welt นั้นจะเปิดให้เข้าชมฟรี ส่วน Museum จะเสียเงินเข้าชม ถ้าใครอยากดูวิวัฒนาการของรถ BMW หรือเป็นพวกคอรถยนต์ ก็ควรจะเสียเงินเข้าชมนะครับ แต่ผมเฉยๆ การเดินเล่น ถ่ายรูป หาอะไรรองท้องใน BMW Welt ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว เพราะที่นี่รวบรวมนวัตกรรมของรถอย่าง BMW, Mini Cooper, รวมถึง rolls Royce ด้วยเช่นกัน
ถ้าใครชอบถ่ายรูป และมีเวลาเหลือ ผมแนะนำให้มา 2 รอบ คือมาช่วงกลางวันเพื่อเข้าชมด้านใน และมาช่วงกลางคืนเพื่อนถ่ายรูปอาคารด้านนอก เพราะเค้าจะเปิดไฟ สวยมากกกก
 
Neues Rathaus, Marienplatz
 
หลังจากใช้เวลาที่ BMW Welz อยู่พักใหญ่ ผมก็กลับมาที่จตุรัสมาเรียนปรัส ซึ่งที่นี่เองเป็นที่ตั้งของ Neues Rathaus (นอยเอส รัทเฮาส์) อาคารศาลากลางเมืองหลังใหม่ สไตล์ Gothic ที่ใช้เป็นสถานที่ดำเนินงานเกี่ยวกับสภาและรัฐสภาท้องถิ่น และเป็นสำนักงานของนายกเทศมนตรีแห่งมิวนิคด้วย สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1867-1908 ถือเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์สำคัญของมิวนิคครับ
จุดเด่นของ Neues Rathaus คือ จะมีตุ๊กตากลในช่องเขียวๆ หมุนเต้นรำไปมาตามเสียงระฆัง (คล้ายๆ กับที่กรุง Prague เลย) โดยตุ๊กตาจะเต้นเวลา 11.00 น. และ 12.00 น. ของทุกวัน และในช่วงเดือนมีนาคม-ตุลาคม จะเพิ่มรอบการแสดงอีก 1 รอบนั่นคือในเวลา 17.00 น. ครับ
 
ใกล้ๆ กันจะมีโบสถ์หัวหอม เฟราเอ็นเคชเชอร์ Frauenkirche ซึ่งช่วงที่ผมไป ปิดซ่อมแซมตามรูป ผลเลยเดินผ่านเลยไปครับ
Peterskirche
 
Peterskirche หรือโบสถ์เซนต์ปีเตอร์ ได้ชื่อว่าเป็นโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดของมิวนิค เริ่มสร้างตั้งแต่ปี 1180 และเคยประสบเหตุไฟไหม้ ทำให้ต้องมีการบูรณะขึ้นใหม่ในปี 1368 แต่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็โดนทำลายจนเสียหายหนักมาก และเพิ่งบูรณะเสร็จไปเมื่อปี 2000 นี่เอง
และสำหรับใครที่อยากจะชมวิวมุมสูงแค่เดินขึ้นบันได 300 ขั้นก็จะถึงยอดหอครับ แต่ขอบอกว่าบันไดเล็กโคตร ย้ำว่าเล็กโคตรๆๆๆๆๆๆ เดินสวนกันยังลำบากอ่ะ แต่ขึ้นไปแล้วก็คุ้มครับ ส่วนแก็ประหว่างลูกกรง กับผนัง ผมว่ามันแคบไป ถ้าเทียบกับหอระฆังที่ Florence ที่นั่นยังกว้างกว่าพอสมควร
 
Viktualianmarkt
 
จากโบสถ์เซนต์ปีเตอร์ เดินต่อมาอีกราวๆ 300 เมตร ก็จะเจอกับตลาด Viktualianmarkt ที่คนท้องถิ่นจะนำพวกพืช ผัก ผลไม้มาขายกัน ถ้ามีเวลา เดินดูของ พูดคุยกับคนท้องถิ่นก็ไม่เลวนะครับ ผมลองซื้อสตอเบอรี่มาทานดู ก็พอไหว ถึงลูกจะไม่ใหญ่เท่าช่วงฤดูหนาวก็เถอะ
 
Hofbrauhaus
 
จุดสุดท้ายของวัน จะเป็นที่ไหนไปไม่ได้ นอกจากร้านเบียร์เยอรมันที่ดังไกลระดับโลกอย่าง HB หรือ ฮอฟบรอยเฮ้าส์ นั่นเอง หลังจากที่เหนื่อยมาทั้งวัน ก็ต้องหาเบียร์เย็นๆ จิบให้ชื่นใจ รวมถึงขาหมูเยอรมันอันเลื่องชื่อ และสั่งไส้กรอกขาวแกล้มเบียร์อีกนิด ถือเป็นการปิดทริปในวันนี้ที่สมบูรณ์แบบจริงๆ 55

เบียร์ที่นี่มีให้เลือกหลายแบบ แต่เนื่องจากผมชื่นชอบเบียร์รสชาตินุ่มๆ จึงเลือกสั่ง Weizen beer  เท่านั้น รสชาติของเบียร์ชนิดนี้ จะออกนุ่มๆ ละมุนๆ ไม่ขม ดื่มแล้วคล่องคอดีนักล่ะ แต่ถ้าใครชอบเบียร์ดำ จะลองจัดซักแก้วก็ไม่ว่ากัน ขนาดแก้วค่อนข้างใหญ่ มี 1 ลิตร กับครึ่งลิตร ผมจึงเลือกสั่งแบบครึ่งลิตรมาลองก่อน เรื่องเบียร์ถือว่าไม่ผิดหวังครับ  ส่วนอาหารนี่ผมเฉยๆ นะ หรืออาจจะไม่ชอบรสนี้ก็ไม่รู้ แต่อย่าเชื่อผมเลย ไปถึงมิวนิคทั้งที ไปลองด้วยตัวเองเถอะครับ
บรรยากาศที่นี่ ก็ Oktoberfest ย่อมๆ อ่ะ โต๊ะที่นี่จะเป็นโต๊ะยาว ถ้าเข้าร้านไป เห็นตรงไหนว่าง ถามคนที่นั่งอยู่เลยว่าขอจอยได้มั้ย ตอนผมไปก็นั่งกับครอบครัวๆ นึง บรรยากาศครึกครื้นมาก และยังมีดนตรีสดให้ฟังด้วย โอ๊ยยย ฟินนนน


แล้วพบกันใหม่ในรีวิวตอนหน้าครับ

ถ้าถูกใจกันก็ฝากเข้าไปกด Like Fanpage กันด้วยครับ 😛