เทคนิคถ่ายภาพตัวเอง เมื่อต้อง…ไปเที่ยวคนเดียว

“เคยมั้ย?
เสียเงินตั้งหลายหมื่น หรือเฉียดแสน
ออกไปเที่ยวซะครึ่งค่อนโลก บินไปไกลถึงยุโรป
กลับมาเปิดรูปดู แล้วมีแต่รูปวิว หรือรูป Selfie
เพราะไปเที่ยวคนเดียว ไม่รู้จะถ่ายรูปตัวเองยังไง”
 
วันนี้ผมมีข้อแนะนำ และ เทคนิคการถ่ายภาพ
เมื่อไปเที่ยวคนเดียวมาฝาก เริ่มกันที่อุปกรณ์ก่อนเลย

อุปกรณ์
 
1.กล้อง : ปัจจุบันนี้กล้องรุ่นใหม่ๆ จะมี WIFI ยิ่งถ้าสามารถสั่งการจาก Smartphone ได้ก็จะยิ่งทำให้เก็บภาพของเราได้ง่ายขึ้น หรืออย่างน้อยก็ต้องสามารถตั้งเวลาถ่ายได้ เมื่อสัก 3-4 ปีก่อน ยุคที่ WIFI ยังไม่มี ผมนี่ต้องใช้หน่วงเวลาในกล้อง แล้วกะจังหวะเอาครับ ลำบากพอสมควร 

2.ขาตั้งกล้อง : จะใช้แบบปลาหมึก ที่สามารถดัดขาได้ ก็เหมาะกับหลายๆ สถานการณ์ดีครับ หรือจะใช้ขาตั้งกล้องตัวใหญ่ ก็ทำได้เช่นกัน แต่จะลำบากเวลาต้องเดินทางเปลี่ยนเมือง ยิ่งใครที่ต้องเปลี่ยนเมืองทุกคืน ขาตั้งกล้องตัวใหญ่ๆ จะกลายเป็นภาระอันหนักอึ้งทันที (ผมก็ใช้ขาตั้งตัวใหญ่นี่แหละ 55)

3.เลนส์ : ข้อนี้จริงๆ ไม่สำคัญเท่าไหร่ หากเราต้องการแค่ให้มีรูปเรากับสถานที่กว้างๆ แต่มันจะจำเป็นก็ต่อเมื่อเราต้องการสร้างสรรค์ลูกเล่นในภาพ เช่น ต้องการ ถ่ายรูป หน้าชัด หลังเบลอ, หรือต้องการเก็บภาพทั้งหมด แต่ไม่มีระยะให้ถอย เลนส์ fix กับ เลนส์ wide รวมถึงเลนส์ประเภทต่างๆ ก็จะงอกตามมาครับ
 
 
เทคนิคการถ่ายภาพ / ข้อแนะนำ
สมัยนี้พอมี WIFI ชีวิตเราก็ง่ายขึ้นเยอะครับ รวมถึงการถ่ายรูปตัวเองด้วยเช่นกัน แต่จะมีวิธี และขั้นตอนอย่างไรบ้างในการถ่ายภาพ จะได้มีรูปสวยๆ ไว้อัพอวดเพื่อนๆ ใน fb หรือ ig ไปอ่านกันเลย
 
1.จัดองค์ประกอบภาพ : พร้อมกับมาร์คตำแหน่งไว้ในใจว่าเราจะไปยืนอยุ่ตรงไหนในเฟรมภาพ อย่างสมัยก่อนผมหน่วงเวลา 10 วินาที แล้ววิ่งไปเข้าเฟรม (ใช้ในกรณีกล้องเราไม่มี WIFI)
 
แต่ถ้ากล้องใครมี WIFI ก็แค่ยืนอยู่จุดที่เรามาร์คไว้ จากนั้นจัดตำแหน่งโดยดูจาก Smartphone และสั่งการจาก Smartphone ผ่าน Application ครับ
 
ถ้าเป็นแถบยุโรปที่ขึ้นชื่อเรื่องขโมย อย่างอิตาลี ฝรั่งเศส อาจต้องระวังหน่อย หากตั้งกล้องแล้วถอยไปไกลๆ กล้องอาจจะโดนหิ้วไปพร้อมขาตั้งกล้องได้ (แต่หลายๆ รูปผมตั้งกล้องถ่ายเองที่อิตาลีก็แคล้วคลาดนะ)


2.การโฟกัส : เรื่องนี้ก็สำคัญนะครับ เพราะคงไม่ดีแน่ ถ้ารูปที่เราดูในกล้องแล้วมันสวย แต่พอเอามาลงคอม ขยายดูกลับพบว่ามันหลุดโฟกัส หรือเบลอ (นอกจากว่าเราตั้งใจให้มันเบลอ เช่นกรณีถ่ายย้อนแสง) เทคนิคง่ายๆ คือตอนที่เราจัดองค์ประกอบภาพให้เราโฟกัสที่จุดที่เราจะยืน หรือนั่งเลยครับ อย่างในรูปนี้ผมโฟกัสที่เก้าอี้ เมื่อผมวิ่งเข้าไปนั่ง ภาพในระนาบเดียวกับวัตถุที่ผมโฟกัสจึงชัดนั่นเอง


3.ใช้เวลากับมัน : เราอาจต้องใช้เวลาอยู่กับแต่ละสถานที่นานกว่าปกติ เพราะเราต้องถ่ายหลายสิบรูป จะลองแนวตั้ง แนวนอน เอาตัวเราอยู่ซ้าย ขวา หรือตรงกลาง ลองให้หมด ถ้าได้มุมที่ถูกใจแล้ว ก็ยิงซ้ำๆ อีกหลายๆ ช็อต จนกว่าจะได้รูปที่ถูกใจ ให้คิดซะว่า เราไม่สามารถกลับมาถ่ายซ่อมที่นี่ได้อีกแล้ว ดังนั้นใช้เวลามากกว่าปกติสักหน่อย แต่คุณจะไม่กลับมานั่งเสียดายภายหลังครับ

อย่างรูปเซ็ทนี้ผมลองถ่ายหลายช็อตมาก ซึ่งสุดท้ายได้ 1-2 รูปที่ผมถูกใจ ผมก็โอเคแล้ว


4.เลือกคนที่จะมาถ่ายรูปให้ : ใช่ครับ หลายๆ สถานการณ์ คุณไม่สามารถใช้ขาตั้งกล้องได้หรอก เช่นในมิวเซียม วิธีที่คุณจะได้รูปกลับไป คือพยายามเล็งๆ คนที่ถือกล้อง DSLR ที่ไม่ใช่แฟลซหัวกล้อง เพราะนั่นหมายความว่าเค้าใช้กล้องในโหมด Auto หากได้คนที่ถ่ายเป็นจะการันตีได้ระดับหนึ่ง ว่ารูปที่ออกมาจะค่อนข้างดี หรือเลือกคนที่มาเป็นคู่ หรือกลุ่มเพื่อน กลุ่มครอบครัว โดยเราอาจเสนอตัวถ่ายรูปให้เค้าก่อน แล้วเค้าก็จะถ่ายให้เราเป็นการตอบแทนครับ ในบางสถานที่เราอาจแค่ต้องการรูปของเรา กับสถานที่นั้นๆ ดีกว่าไม่มีรูปกลับไปเลยนะครับ ว่ามั้ย

ตัวอย่างของรูปที่ผมขอให้คนแถวๆ นั้นถ่ายให้


ถ้าถูกใจกันก็ฝากเข้าไปกด Like Fanpage กันด้วยครับ 😛